กองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก เฟอร์จิล ฟาน ไดก์

กองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก เฟอร์จิล ฟาน ไดก์

ย้ายมาจากสโมสร เซาแธมป์ตัน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2018 ช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูหนาว เข้าสู่สีเสื้อ ‘หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นค่าตัวนักเตะกองหลังที่แพงที่สุดในโลก แต่สถิตินี้อยู่ได้เพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น เมื่อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด “ปีศาจแดง” ได้ปิดดีลในการคว้าตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยอดกองหลังของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2019 ค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ ลบสถิติของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ลงทันที

การย้ายทีมของ แม็กไกวร์ ในครั้งนี้ทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจว่าจะเข้ามาช่วยอุดรอยรั่วของแผงแนวรับที่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมเสียประตูในเกมส์พรีเมียร์ลีกถึง 54 ประตูและเก็บคลีนชีตได้เพียง 2 นัดตลอดฤดูกาล 2018

แต่กว่าจะปิดดีลในครั้งนี้ได้ก็ต้องมาลุ้นกันจนเกือบจะหมดเวลาในการปิดตลาดซื้อขายนักเตะเพียงวันเดียวเท่านั้น จริงๆแล้ว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นที่หมายตาของยอดทีมหลายๆทีม และหนึ่งในนั้นก็มีสโมสร แมนเชสเตอร์ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมืองที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมา 2 ฤดูกาลติดต่อกัน โดยสโมสร “เรือใบสีฟ้า” พร้อมสู้ค่าตัวของ แม็กไกวร์ แถมยังจะประเคนค่าเหนื่อยให้สูงถึง 278,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์สูงกว่าทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ที่จ่ายค่าเหนื่อยให้กับ แม็กไกวร์ เพียง 190,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

แต่ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ได้ออกมากล่าวไว้ว่า “ เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญของเขาในการย้ายไปอยู่กับแมนยู ถึงแมนซิตี้จะให้ค่าเหนื่อยสูงกว่าค่อนข้างมาก เพราะว่าเขาเป็นแฟนบอลของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่เล็กๆนั่นเอง”

มาดูประวัติส่วนตัวของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ แบบคร่าวๆ

เขามีชื่อเต็มจริงๆว่า “เจค็อบ แฮร์รี่ แม็คไกวร์” โดย แฮร์รี่ เป็นชื่อกลางของเขา เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1993 ที่เมือง เชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว แม็คไกวร์ เคยเล่นในตำแหน่งกองกลางมาก่อนสมัยที่ยังเป็นนักเตะเยาวชนของ สโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก่อนจะถูกจับให้มาเล่นในตำแหน่งกองหลังในเวลาต่อมา แม็คไกวร์ มีสองอดีตกองหลังชื่อดังชาวอังกฤษอย่าง จอห์น เทอร์รี่ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นไอดอล

แม็คไกวร์ เองตอนที่อยู่กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าของทีมได้ตั้งฉายาให้เขาว่า “ไอ้หัวหนา” มาจากการศรีษะของเขาโตกว่าคนอื่นๆ นอกจากการเล่นฟุตบอลแล้ว ในวัยเด็กเขายังโดดเด่นในกีฬา วิ่งครอสคันทรี, รักบี้ และ ฮอกกี้ อีกด้วย แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลที่ 2011-2014 ลงเล่นให้กับสโมสรไป 134 นัดทำได้ 9 ประตู

จากนั้นก็ย้ายมาสู่สโมสร ฮัลล์ ซิตี้ในฤดูกาลที่ 2014-2017 โดยช่วงที่อยู่กับ ฮัลล์ นี้ในปี 2015 สโมสร วีแกนแอตเลติค ได้ขอยืมตัวไปใช้ 1 ฤดูกาล จากนั้นในปี 2017 ก็ย้ายสโมสรอีกครั้งคราวนี้ย้ายมาอยู่กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ในการย้ายครั้งนี้ทาง ฮัลล์ซิตี้ ได้มีการทำสัญญาว่า ถ้าหากมีการขายตัว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ออกไปในอนาคตทางสโมสรจะได้ส่วนแบ่งการขาย 15% และจากสัญญาที่ว่านี้เอง จึงทำให้สโมสร ฮัลล์ซิตี้ ได้รับส่วนแบ่งไป 9.45 ล้านปอนด์ไปฟรีๆเลย

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com

การประกาศรางวัล ฟีฟ่าบัลลงดอร์ (FIFA Ballon d’Or)

การประกาศรางวัล ฟีฟ่าบัลลงดอร์ (FIFA Ballon d’Or)

ในวันที่ 29 สิงหาคม 2019 ที่จะถึงนี้จะเป็นการประกาศรางวัล ฟีฟ่าบัลลงดอร์ (FIFA Ballon d’Or) หรือรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า ซึ่งจะมอบให้กับนักฟุตบอลที่ถือว่ามีผลงานที่ดีที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา และหนึ่งในสามที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงมีชื่อของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ยอดกองหลังของสโมสร ลิเวอร์พูล จากประเทศอังกฤษ เข้าแข่งกับสองยอดศูนย์หน้าของโลก 2 คนที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแทบจะทุกปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งก็คือ เมสซี่กับโรนัลโด เราจึงอยากขอนำเสนอประวัติของ เฟิร์นจิล ฟาน ไดก์ ให้ได้รับทราบกัน

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ เกิดวันที่ 8 กรกฎาคม 1991 เกิดที่ เบรดา เนเธอร์แลนด์ เป็นกองหลังของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ส่วนสูง 6 ฟุต 4.4 นิ้ว เข้าร่วมทีมชาติครั้งแรกในปี ค.ศ. 2015 ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล ในพรีเมียลีกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก เริ่มต้นเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับสโมสรเยาวชน วิลเลมทเว

ในฤดูกาล 2009-2010 เล่นอยู่เพียงปีเดียวก็ย้ายมาเล่นให้กับ เอฟซี โครนิงเกน ในสโมสรเยาวชน จากนั้นก็ขึ้นมาเล่นสโมสรฟุตบอลอาชีพกับ โครนิงเกน อยู่ 2 ฤดูกาลลงเล่นไปทั้งหมด 62 นัดและทำประตูได้ 7 ประตู

ต่อมาในวันที่ 21 มิถุนายน 2013 ฟาน ไดก์ ได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสรฟุตบอล เซลติก ของสก็อตแลนด์ด้วยค่าตัว 2.6 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญา 4 ปี ฟาน ไดก์ ลงเล่นให้ เซลติก อยู่ 2 ฤดูกาล ลงเล่นทั้งหมด 76 นัดทำได้ 7 ประตู การย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ 2015-2016 สโมสรแรกที่ได้เซ็นสัญญาก็คือ สโมสรเซาแธมป์ตัน

ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2015 ค่าตัวในการย้ายครั้งนี้สูงถึง 13 ล้านปอนด์เซ็นสัญญากัน 5 ปี เกมส์แรกที่ได้ลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ ในเกมส์ที่ไปเยือนสโมสรฟุตบอล เวสต์บรอมวิชอัลเบียน ที่สนามเดอะฮอร์ธอร์น จบลงด้วยสกอร์ 0-0 ฟาน ไดก์ เล่นอยู่กับเซาแธมป์ตันจนถึงช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวปลายปี 2017

แล้วในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 ก็ได้ย้ายสโมสรอีกครั้ง

ครั้งนี้เป็นสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ทุ่มเงินเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดสำหรับตำแหน่งกองหลังที่ 75 ล้านปอนด์ โดย ฟาน ไดก์ อยู่กับทีม เซาแธมป์ตันรวม สองฤดูกาลครึ่งลงเล่นไปทั้งหมด 67 นัดและทำประตูได้ 4 ประตู กับสโมสรลิเวอร์พูล เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล

ในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2018 เป็นการเปิดสนาม แอนฟิลด์พบกับสโมสร เอฟเวอร์ตัน ทีมคู่ปรับร่วมเมือง เป็นเกมส์เมอร์ซีไซค์ ดาร์บี้ในเกมส์ เอฟเอคัพ รอบสาม ฟาน ไดก์ สามารถทำประตูแรกกับทีมได้จากการลงเตะครั้งแรก และทำให้ ลิเวอร์พูลชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ในวันที่ 21 ธันวาคม 2018 ในเกมส์ที่ ลิเวอร์พูล ออกไปเยือน วูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ ฟาน ไดก์ ก็สามารถทำประตูแรกในเกมส์พรีเมียร์ลีกช่วยให้ทีมเอาชนะเจ้าบ้านไป 0-2

และด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้ ฟาน ไดก์ สามารถคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคมไปครอง การทำประตูแรกในเกมส์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก เกิดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม 2019 เป็นเกมส์ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เป็นการเล่นกับทีม บาเยิร์น มิวนิค ที่สนาม อัลลิอันซ์อาเรนา ช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกไปชนะเจ้าบ้านได้ถึง 1-3 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย

ต่อมาในวันที่ 17 เมษายน 2019 ฟาน ไดก์ ก็สามารถทำประตูที่สองในเกมส์แชมเปี้ยนลีกรอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ซึ่งเป็นการพบกับทีม ปอร์โต ของโปรตุเกส ทำให้เอาชนะไปด้วยประตูรวม 6-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้สำเร็จ และท้ายที่สุดสโมสร ลิเวอร์พูล ก็สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก มาครอบครองเป็นสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ

โดยในนัดชิงชนะเลิศเป็นการพบกันกับสโมสร ทอตนัมฮอตสเปอร์ ทีมในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 ความสำเร็จของ ฟาน ไดก์ ที่ยิ่งใหญ่ประจำฤดูกาล 2018-2019 ก็คือ การคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ส่วนในระดับทีมชาติ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ เล่นในนามทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ ไปทั้งหมด 28 นัด และสามารถทำประตูได้ 4 ประตู หารูป ฟาน ไดก์ ในสีเสื้อ เซาแธมป์ตันแล้วก็ลิเวอร์พูล

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com