พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 เริ่มเปิดฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 เริ่มเปิดฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา

เราจึงอยากนำเสนอประวัติความเป็นมาของแต่ละสโมสร อัตราต่อรองการลุ้นแชมป์และการเสริมทัพนักเตะของแต่ละทีมมาให้ได้ทราบกัน

LIVERPOOL Football Club สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งสโมสรในปี ค.ศ.1892 แต่เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกในปีถัดมา สนามเหย้าของทีมใช้สนามแอนฟิลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร แรกเริ่มนั้น “ลิเวอร์พูล” ใช้เสื้อสีแดงกับกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นชุดแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1896 ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งชุดเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้าในปี ค.ศ. 1964

ส่วนฉายาของทีมในภาษาอังกฤษคือ “The Reds” ส่วนในไทยเราเรียกว่า “หงส์แดง” และมีเพลงประจำสโมสรคือ “You’ll Never Walk Alone” ช่วงเวลาที่สโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษที่ 1970-1980 เมื่อ บิลล์ แชงคลี, บ๊อบ เพสลีย์, โจ เฟแกน และ เคนนี ดักกลิช พาสโมสรคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 11 ครั้ง และคว้าถ้วยรางวัลของระดับสโมสรยุโรปไว้ได้ถึง 4 ใบ ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 หลังจากเปลี่ยนมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ลิเวอร์พูลก็ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกสมัยที่ 5และในฤดูกาลที่ผ่านมา เจอร์เกน คลอปป์ โค้ชชาวเยอรมันก็ได้พาทีมประสบความความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้เป็นสมัยที่ 6

อย่างไรก็ดี หงส์แดง ยังไม่เคยคว้าแชมป์ลีกได้อีกเลยตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” เป็นเวลาเกือบ 20 ปี โดยที่ใกล้เคียงที่สุดที่น่าจะทำได้ก็คือฤดูกาลที่ผ่านมา ฤดูกาล 2018-2019 แต่ก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์แพ้ให้กับทีม “เรือใบสีฟ้า” ของ เป๊ป กวาดิโอลาไปเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น สโมสรลิเวอร์พูลเคยประสบโศกนาฏกรรมที่สำคัญถึง 2 ครั้งด้วยกัน

โดยครั้งแรกที่เรียกว่า “โศกนาฏกรรมเฮย์เซล” เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1985 เป็นการทะเลาะวิวาทของแฟนบอลส่งผลให้อัฒจันทร์พังลง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 39 คนและจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สโมสรลิเวอร์พูลได้ถูกสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปลงโทษแบนไปเป็นเวลา 6 ปี อีกครั้งคือในปี ค.ศ. 1989 เกิด “โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร” ในเหตุการณ์ครั้งนี้แฟนบอลของหงส์แดง 96 คนเสียชีวิต อันเนื่องมาจากมีคนเข้ามาชมเกมส์มากเกินความจุของอัฒจันทร์จนทำให้อัฒจันทร์พังลงมา

ในส่วนของการเสริมทัพนักเตะของ “หงส์แดง” ไม่มีการทุ่มเงินเพื่อซื้อนักเตะระดับโลกเข้ามาเสริมเลย โดย เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม สโมสรลิเวอร์พูล ได้เผยถึงเหตุผลสำคัญในการเสริมทัพนักเตะที่แทบจะไม่มีการดึงดาวดังเข้ามา คลอปป์ กล่าวว่าการพยายามรักษานักเตะที่มีอยู่แล้วในทีมให้อยู่กับทีมต่อไป เป็นเรื่องที่พิเศษสุดๆ เพราะมีทีมระดับบิ๊กเบิ้มหลายๆทีมโดยเฉพาะใน “ลาลีกา” ลีกของสเปนอย่าง เรอัล มาดริด หรือแม้กระทั่ง บาร์เซโลน่า ต่างก็มีความต้องการตัวนักเตะที่สำคัญในทีมของเรา คลอปป์ยังได้กล่าวเอาไว้อีกว่า

“นี่คือครั้งแรกในชีวิตผู้จัดการทีมของผมที่เมื่อถึง วันจันทร์ นักเตะทุกคนจากฤดูกาลก่อนจะกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง มันเป็นเรื่องจริงซะยิ่งกว่าจริงเลย”

สำหรับนักเตะที่มีการเสริมเข้ามามีอยู่ 3 รายด้วยกันคือ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก จาก สโมสร พีอีซี ซโวลล์ค่าตัวไม่เป็นที่เปิดเผย ฮาวีย์ เอลเลียต จากสโมสร ฟูแลมและรายสุดท้ายก็คือ อาเดรียนอดีตผู้รักษาประตูของสโมสร เวสต์แฮม ที่เพิ่งหมดสัญญากับทีมเมื่อฤดูกาลก่อน และก็ถือว่าเป็นนักเตะรายแรกที่ทีมคว้าตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในช่วงของการซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ในการเซ็นสัญญา อาเดรียน ผู้รักษาประตูวัย 32 ปีมาเพื่อทดแทนผู้รักษาประตูมือสองคนเก่าอย่าง ซิมง มินโญเลต์ ที่เพิ่งย้ายออกไป โดยรายของ อาเดรียน เป็นการย้ายเข้ามาแบบไม่มีค่าตัว และสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 นี้ “ลิเวอร์พูล” ถูกวางไว้เป็นเต็งสองรองจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บ่อนพนันในอังกฤษตั้งราคาไว้ที่ 11/4

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com

ผีแดงยังคงเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด หลังเฉือนไก่เดือยทองไปได้ 2-1

ผีแดงยังคงเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด หลังเฉือนไก่เดือยทองไปได้ 2-1

กลับมาแล้วสำหรับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หลังทีมสามารถเฉือนเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมฟุตบอลอังกฤษดีกรีอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์และรองแชมป์ยุโรป ซึ่งผลงานในนัดนี้เกิดขึ้น ณ สนาม หงโก่ว เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และถือเป็นชัยชนะครั้งที่ 4 รวดในปรีซีซั่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม พร้อมกับการแจ้งเกิดเด็กปั้นในสังกัดไปอีก 1 ราย

เริ่มเกมเป็นทางฝ่ายของทัพปีศาจแดง ที่สามารถครองบอลได้เหนือกว่า ไก่เดือยทอง

แต่ก็มีจังหวะให้ลุ้นเสียวบ้างเหมือนกันเล็กน้อย จนจังหวะได้เฮของแฟน ๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่ในนาทีที่ 22 อันเดรียส เปเรยร่า กองกลางแมนฯ ยูไนเต็ด สามารถวิ่งลากเลื้อยทะลุปราการหลัง ของ สเปอร์ ได้สำเร็จและเปิดบอลไหลไปหา มาร์กซิยาล วิ่งเข้าซัดลูกเต็มแข้ง พุ่งเข้าประตูขึ้นนำ 1-0 ได้อย่างสวยงาม จากนั้นก็มีจังหวะลุ้นของทั้งสองฝั่ง หลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถทำประตูตีเสมอ หรือขึ้นนำต่อได้สำเร็จ จนหมดเวลาครึ่งแรกไปในที่สุด

ถัดมาครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเปลี่ยนนักเตะยกเครื่องใหม่ยกชุด โดยเป็นทางฝั่งของ สเปอร์ ที่สามารถเดินเกมบุกได้หนักหน่วงกว่าช่วงแรกอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งในนาทีที่  65 การบุกอย่างต่อเนื่องก็เป็นผลสำเร็จเมื่อ  มูร่า ได้จังหวะโหม่งลูกแต่ดันไปแฉลบ ชอว์ ทำให้บอลเกิดเปลี่ยนทิศทาง จน โรเมโร่ ผู้รักษาประตูเปลี่ยนจังหวะไม่ทัน บอลเข้าประตูตีเสมอ 1-1

หลังจากนั้นเกมยังคงยิงยาวไปอย่างดุเดือด จนมาถึงนาทีที่ 80 เมื่อกองกลางดาวรุ่งวัย 18 ปีได้โอกาสโชว์ฟอร์มทำชิ่งบอลวัน-ทู ร่วมกับ มาต้า หลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนจะรีบใช้โอกาสยิงประตูเสียบเข้าเสาสองผ่านมือ กัซซานิก้า นายด่านไก่เดือยทองที่ยืนบังมุมไม่มิด ส่งผลให้ทางทัพผีแดง สามารถทำประตูขึ้นนำไปได้สำเร็จ  2-1

โดยในช่วงก่อนหมดเวลาการแข่งขันนั้น แรชฟอร์ด เด็กปั้นสุดรักก็ได้โอกาสโชว์ฟอร์ม หลุดเข้าทำประตูเพิ่มเน้น ๆ ไปอีก 1 ลูก ด้วยเช่นกัน แต่ทว่ากรรมบัง เมื่อผู้ตัดสินดันยกธงล้ำหน้า จึงทำให้สกอร์จบเกมยังคงค้างอยู่ที่  2-1 แต่ก็ยังถือว่าทีมยังคงเก็บ 3 แต้มใน ไอซีซี ไปได้ด้วยดี โดยต้องติดตามกันต่อไปว่าทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จะยังคงสามารถโชว์ฟอร์มดีเข้าไปโลดแล่นสร้างชื่อเสียงให้กับทีมอีกครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลต่อไปได้หรือไม่  และถือว่าเป็นเรื่องที่แฟนบอลชาวจีนถือว่าโชคดีสุด ๆ ที่จะได้ชมการเล่นที่ทุ่มเท เพราะสำหรับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแข่งในรายการใดระดับใด นาทีนี้ล้วนจัดเต็มแน่นอน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com

ชาวหงส์แดงหัวร้อนรุม จวก ญาญง ทำร้ายทรัพยากรสำคัญ

 

เกมอุ่นเครื่องที่ บอสตัน สหรัฐอเมริกา ได้เกิดเหตุการณ์งานเข้าสำหรับทัพหงส์แดงซะแล้ว เมื่อนักเตะดาวรุ่ง  ยาสเซอร์ ลารูซี่ พลาดโดนแข้ง เซบีย่า หวดเต็มแรง จนเจ้าตัวเสียหลัก ตัวลอยล้มลงไปนอนกับพื้น ขณะที่นักเตะ เซบีย่า โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปในทันที  ก่อนจะคว้าชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลไปได้  2-1 แต่อย่างไรก็ตามจากประเด็นการเข้าบอลที่รุนแรงนี้ ก็ยังกลายเป็นประเด็นที่รุนแรงตลอดค่ำคืนนั้น และทำให้สื่อวงการฟุตบอลต่างประเทศ ตีข่าวกันอย่างสะพัดในวันต่อมา

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่มีนักเตะ เซบีย่า นอนอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่ได้มีการเป่าเกิดขึ้นทำให้ ลารูซี่ แบ็กซ้ายดาวรุ่งวัย 18 ปี ของลิเวอร์พูล วิ่งตัดเกมมาได้ในนาทีที่  76 ซึ่งในขณะที่เจ้าตัวเร่งฝีเท้าขึ้นเข้าสู่กรอบเขตโทษ ต้องเข้าปะทะกับ โยริส ญาญง เซ็นเตอร์แบ็กแห่ง เซบีย่า ที่วิ่งเข้ามาเตะอัดเข้าใส่ขา ลารูซี่ แบบเต็มแรงส่งผลให้ ลงไปนอนเจ็บกับพื้น

โดยหลังจบเกมนักเตะรุ่นใหญ่อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน  อีกทั้งยังมี จอร์แดน  เฮนเดอร์สัน และ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ได้เดินตรงเข้าไปหานักเตะต้นเหตุวัย  22 ปีทันทีซึ่งกำลังนั่งอยู่หลังป้ายโฆษณา โดยได้มีการถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีเรื่องกระทบกระทั่งกันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ฟาน ไดจ์ค ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อว่า

“ผมที่อยู่ข้างสนามจึงเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน ซึ่งมันดูไม่งามเอาเสียเลยอีกทั้งมันยังเกิดขึ้นกับเด็กของเรา ซึ่งที่ผ่านมาเขาเล่นดีมากในฤดูกาลนี้  ผมจึงคิดว่าต้องคุยบางอย่างกับ ญาญง เท่านั้น”

เจมส์ มิลเนอร์ หนึ่งในนักเตะกองกลางของ ลิเวอร์พูล ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นหลังจากรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำอันรุนแรงของผู้เล่นรายนี้ว่า

“เกมอุ่นเครื่องเป็นเกมที่ไม่ค่อยจะมีใบแดงเกิดขึ้น เพราะมันไม่จำเป็นต้องเล่นกันแรงถึงขนาดนี้ แน่นอนพวกเขาบอกว่าเราฟาล์ว และต้องการให้ผู้ตัดสินเป่าเพื่อหยุดเกม ถ้าคุณอยากตัดฟาล์วก็แค่ดึงเสื้อ ไม่ใช่ถึงขนาดเตะอัดหัวเข่าเด็กเราแบบนี้ เพราะมันช่างเป็นเรื่องที่น่าทุเรศ”

ส่วนญาญง ก็ได้แสดงข้อความขอโทษผ่านสื่อโซเชียลแล้วถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  โดยได้กล่าวขอโทษไปทั้ง ลิเวอร์พูล, ครอบครัวผู้เล่น และแฟนบอล พร้อมทั่งยังกล่าวโทษว่าการกระทำของตนนั้นเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจจริง  ขณะที่ทางอาการของ ลารูซี่ ยังคงได้รับความเป็นห่วงอยู่นั้น ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือประจำทีมก็ได้ออกมาเผยว่า โชคดีที่อาการไม่รุนแรงมาก แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาการของเขาจะต้องใช้เวลารักษาตัวนานถึงเท่าไหร่ ซึ่งต้องลุ้นกันต่อไป