การประกาศรางวัล ฟีฟ่าบัลลงดอร์ (FIFA Ballon d’Or)

การประกาศรางวัล ฟีฟ่าบัลลงดอร์ (FIFA Ballon d’Or)

ในวันที่ 29 สิงหาคม 2019 ที่จะถึงนี้จะเป็นการประกาศรางวัล ฟีฟ่าบัลลงดอร์ (FIFA Ballon d’Or) หรือรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า ซึ่งจะมอบให้กับนักฟุตบอลที่ถือว่ามีผลงานที่ดีที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา และหนึ่งในสามที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงมีชื่อของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ยอดกองหลังของสโมสร ลิเวอร์พูล จากประเทศอังกฤษ เข้าแข่งกับสองยอดศูนย์หน้าของโลก 2 คนที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแทบจะทุกปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งก็คือ เมสซี่กับโรนัลโด เราจึงอยากขอนำเสนอประวัติของ เฟิร์นจิล ฟาน ไดก์ ให้ได้รับทราบกัน

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ เกิดวันที่ 8 กรกฎาคม 1991 เกิดที่ เบรดา เนเธอร์แลนด์ เป็นกองหลังของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ส่วนสูง 6 ฟุต 4.4 นิ้ว เข้าร่วมทีมชาติครั้งแรกในปี ค.ศ. 2015 ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล ในพรีเมียลีกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก เริ่มต้นเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับสโมสรเยาวชน วิลเลมทเว

ในฤดูกาล 2009-2010 เล่นอยู่เพียงปีเดียวก็ย้ายมาเล่นให้กับ เอฟซี โครนิงเกน ในสโมสรเยาวชน จากนั้นก็ขึ้นมาเล่นสโมสรฟุตบอลอาชีพกับ โครนิงเกน อยู่ 2 ฤดูกาลลงเล่นไปทั้งหมด 62 นัดและทำประตูได้ 7 ประตู

ต่อมาในวันที่ 21 มิถุนายน 2013 ฟาน ไดก์ ได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสรฟุตบอล เซลติก ของสก็อตแลนด์ด้วยค่าตัว 2.6 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญา 4 ปี ฟาน ไดก์ ลงเล่นให้ เซลติก อยู่ 2 ฤดูกาล ลงเล่นทั้งหมด 76 นัดทำได้ 7 ประตู การย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ 2015-2016 สโมสรแรกที่ได้เซ็นสัญญาก็คือ สโมสรเซาแธมป์ตัน

ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2015 ค่าตัวในการย้ายครั้งนี้สูงถึง 13 ล้านปอนด์เซ็นสัญญากัน 5 ปี เกมส์แรกที่ได้ลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ ในเกมส์ที่ไปเยือนสโมสรฟุตบอล เวสต์บรอมวิชอัลเบียน ที่สนามเดอะฮอร์ธอร์น จบลงด้วยสกอร์ 0-0 ฟาน ไดก์ เล่นอยู่กับเซาแธมป์ตันจนถึงช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวปลายปี 2017

แล้วในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 ก็ได้ย้ายสโมสรอีกครั้ง

ครั้งนี้เป็นสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ทุ่มเงินเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดสำหรับตำแหน่งกองหลังที่ 75 ล้านปอนด์ โดย ฟาน ไดก์ อยู่กับทีม เซาแธมป์ตันรวม สองฤดูกาลครึ่งลงเล่นไปทั้งหมด 67 นัดและทำประตูได้ 4 ประตู กับสโมสรลิเวอร์พูล เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล

ในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2018 เป็นการเปิดสนาม แอนฟิลด์พบกับสโมสร เอฟเวอร์ตัน ทีมคู่ปรับร่วมเมือง เป็นเกมส์เมอร์ซีไซค์ ดาร์บี้ในเกมส์ เอฟเอคัพ รอบสาม ฟาน ไดก์ สามารถทำประตูแรกกับทีมได้จากการลงเตะครั้งแรก และทำให้ ลิเวอร์พูลชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ในวันที่ 21 ธันวาคม 2018 ในเกมส์ที่ ลิเวอร์พูล ออกไปเยือน วูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ ฟาน ไดก์ ก็สามารถทำประตูแรกในเกมส์พรีเมียร์ลีกช่วยให้ทีมเอาชนะเจ้าบ้านไป 0-2

และด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้ ฟาน ไดก์ สามารถคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคมไปครอง การทำประตูแรกในเกมส์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก เกิดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม 2019 เป็นเกมส์ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เป็นการเล่นกับทีม บาเยิร์น มิวนิค ที่สนาม อัลลิอันซ์อาเรนา ช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกไปชนะเจ้าบ้านได้ถึง 1-3 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย

ต่อมาในวันที่ 17 เมษายน 2019 ฟาน ไดก์ ก็สามารถทำประตูที่สองในเกมส์แชมเปี้ยนลีกรอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ซึ่งเป็นการพบกับทีม ปอร์โต ของโปรตุเกส ทำให้เอาชนะไปด้วยประตูรวม 6-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้สำเร็จ และท้ายที่สุดสโมสร ลิเวอร์พูล ก็สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก มาครอบครองเป็นสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ

โดยในนัดชิงชนะเลิศเป็นการพบกันกับสโมสร ทอตนัมฮอตสเปอร์ ทีมในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 ความสำเร็จของ ฟาน ไดก์ ที่ยิ่งใหญ่ประจำฤดูกาล 2018-2019 ก็คือ การคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ส่วนในระดับทีมชาติ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ เล่นในนามทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ ไปทั้งหมด 28 นัด และสามารถทำประตูได้ 4 ประตู หารูป ฟาน ไดก์ ในสีเสื้อ เซาแธมป์ตันแล้วก็ลิเวอร์พูล

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com

Gclub คืออะไร ทำไมจึงเป็นที่นิยมของนักพนันออนไลน์

Gclub คืออะไร ทำไมจึงเป็นที่นิยมของนักพนันออนไลน์

                เมื่อเทคโนโลยีเริ่มพัฒนามากยิ่งขึ้น สามารถทำอะไรได้หลากหลายฟังก์ชัน ก็ทำให้ผู้คนใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์และเพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น สำหรับการศึกษา การเดินทาง เป็นต้น การพนันก็เช่นเดียวกัน ทำให้ผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้มีความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานกันมากขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหาผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือ เรามีผู้บริการที่น่าสนใจมาแนะนำ ดังนี้

หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการพนัน เราขอแนะนำ Gclub เพราะเป็นผู้ให้บริการเกมพนันบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย เว็บไซต์นี้มีจุดเด่นที่มีโบนัสและโปรโมชั่นเด็ด ๆ ที่จะทำให้คุณเกิดความประทับใจในการเล่นเกมการพนันแน่นอน โดยมีโปรโมชั่นการเพิ่มเครดิต เพิ่มโบนัสเติมเงิน เป็นต้น อีกทั้งยังมีโอกาสได้ทั้งผู้เล่นมือใหม่และผู้เล่นประจำหรือมืออาชีพอีกด้วย รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าเล่นพนันกับที่เว็บไซต์นี้แล้วจะไม่คุ้มค่าเลย

นอกจากนี้ ทางเว็บไซต์  Gclub ก็ยังมีเกมการพนันให้บริการอีกมากมาย ถูกใจคอคาสิโน

ไม่ว่าจะเป็น รูเล็ตออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครที่เป็นมือใหม่ ต้องการฝึกฝนทักษะเกมคาสิโน บอกเลยว่าห้ามพลาด ! ส่วนมืออาชีพหรือผู้ที่สนใจและรักในการเดิมพัน ก็สามารถลงทะเบียนเข้ามาเล่นพนันกันในเว็บไซต์นี้ได้อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถเล่นการพนันออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางไปเล่นพนันที่บ่อนคาสิโนอีกต่อไป

เมื่อเล่นได้สะดวกสบายตามที่คุณต้องการแล้ว เรื่องการเงินภายในเว็บไซต์ Gclub คุณก็สามารถไว้วางใจได้เช่นเดียวัน ว่าเงินที่คุณได้ฝากไว้สำหรับการลงเงินเดิมพัน จะปลอดภัยอย่างแน่นอน เว็บไซต์เล่นอีกทั้งพนันออนไลน์เว็บนี้ ยังเป็นเว็บไซต์ผู้ให้บริการที่ทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว ทำให้คุณมั่นใจได้แน่นอนว่าจ่ายเงินจริง เงินเข้าและออกระบบจริง โดยมีการให้บริการทำธุรกรรมแบบอัตโนมัติ (Auto) จะทำรายการธุรกรรมฝาก – ถอน โดยใช้เวลาภายใน 3 นาทีเท่านั้น ถือว่ารวดเร็วมากเมื่อเทียบกับเว็บพนันทั่วไป

หากคุณกำลังมีความสนใจในเกมการพนัน เว็บไซต์ Gclub ถือเป็นอีกเว็บไซต์ ที่ผู้คนนิยมลงทะเบียนใช้งาน รับรองว่ามีมาตรฐาน เล่นง่าย ไม่ยุ่งยาก พร้อมทั้งมีบริการเสริมเพิ่มความสะดวกอีกมากมายที่คุณพลาดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักพนันมือใหม่หรือมืออาชีพ ก็สามารถได้รับทักษะ ความรู้  พร้อมทั้งความบันเทิงจากหลากหลายเกมในเว็บไซต์ที่มีให้คุณเลือกมากมาย ลงทุนน้อย เพราะทางเว็บไซต์ให้คุณลงเงินเดิมพันเริ่มต้นเพียงหลักร้อยเท่านั้น อย่ารอช้า! อนาคตนักพนันอยู่ในมือคุณ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 เริ่มเปิดฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 เริ่มเปิดฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา

เราจึงอยากนำเสนอประวัติความเป็นมาของแต่ละสโมสร อัตราต่อรองการลุ้นแชมป์และการเสริมทัพนักเตะของแต่ละทีมมาให้ได้ทราบกัน

LIVERPOOL Football Club สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งสโมสรในปี ค.ศ.1892 แต่เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกในปีถัดมา สนามเหย้าของทีมใช้สนามแอนฟิลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร แรกเริ่มนั้น “ลิเวอร์พูล” ใช้เสื้อสีแดงกับกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นชุดแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1896 ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งชุดเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้าในปี ค.ศ. 1964

ส่วนฉายาของทีมในภาษาอังกฤษคือ “The Reds” ส่วนในไทยเราเรียกว่า “หงส์แดง” และมีเพลงประจำสโมสรคือ “You’ll Never Walk Alone” ช่วงเวลาที่สโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษที่ 1970-1980 เมื่อ บิลล์ แชงคลี, บ๊อบ เพสลีย์, โจ เฟแกน และ เคนนี ดักกลิช พาสโมสรคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 11 ครั้ง และคว้าถ้วยรางวัลของระดับสโมสรยุโรปไว้ได้ถึง 4 ใบ ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 หลังจากเปลี่ยนมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ลิเวอร์พูลก็ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกสมัยที่ 5และในฤดูกาลที่ผ่านมา เจอร์เกน คลอปป์ โค้ชชาวเยอรมันก็ได้พาทีมประสบความความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้เป็นสมัยที่ 6

อย่างไรก็ดี หงส์แดง ยังไม่เคยคว้าแชมป์ลีกได้อีกเลยตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” เป็นเวลาเกือบ 20 ปี โดยที่ใกล้เคียงที่สุดที่น่าจะทำได้ก็คือฤดูกาลที่ผ่านมา ฤดูกาล 2018-2019 แต่ก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์แพ้ให้กับทีม “เรือใบสีฟ้า” ของ เป๊ป กวาดิโอลาไปเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น สโมสรลิเวอร์พูลเคยประสบโศกนาฏกรรมที่สำคัญถึง 2 ครั้งด้วยกัน

โดยครั้งแรกที่เรียกว่า “โศกนาฏกรรมเฮย์เซล” เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1985 เป็นการทะเลาะวิวาทของแฟนบอลส่งผลให้อัฒจันทร์พังลง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 39 คนและจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สโมสรลิเวอร์พูลได้ถูกสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปลงโทษแบนไปเป็นเวลา 6 ปี อีกครั้งคือในปี ค.ศ. 1989 เกิด “โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร” ในเหตุการณ์ครั้งนี้แฟนบอลของหงส์แดง 96 คนเสียชีวิต อันเนื่องมาจากมีคนเข้ามาชมเกมส์มากเกินความจุของอัฒจันทร์จนทำให้อัฒจันทร์พังลงมา

ในส่วนของการเสริมทัพนักเตะของ “หงส์แดง” ไม่มีการทุ่มเงินเพื่อซื้อนักเตะระดับโลกเข้ามาเสริมเลย โดย เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม สโมสรลิเวอร์พูล ได้เผยถึงเหตุผลสำคัญในการเสริมทัพนักเตะที่แทบจะไม่มีการดึงดาวดังเข้ามา คลอปป์ กล่าวว่าการพยายามรักษานักเตะที่มีอยู่แล้วในทีมให้อยู่กับทีมต่อไป เป็นเรื่องที่พิเศษสุดๆ เพราะมีทีมระดับบิ๊กเบิ้มหลายๆทีมโดยเฉพาะใน “ลาลีกา” ลีกของสเปนอย่าง เรอัล มาดริด หรือแม้กระทั่ง บาร์เซโลน่า ต่างก็มีความต้องการตัวนักเตะที่สำคัญในทีมของเรา คลอปป์ยังได้กล่าวเอาไว้อีกว่า

“นี่คือครั้งแรกในชีวิตผู้จัดการทีมของผมที่เมื่อถึง วันจันทร์ นักเตะทุกคนจากฤดูกาลก่อนจะกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง มันเป็นเรื่องจริงซะยิ่งกว่าจริงเลย”

สำหรับนักเตะที่มีการเสริมเข้ามามีอยู่ 3 รายด้วยกันคือ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก จาก สโมสร พีอีซี ซโวลล์ค่าตัวไม่เป็นที่เปิดเผย ฮาวีย์ เอลเลียต จากสโมสร ฟูแลมและรายสุดท้ายก็คือ อาเดรียนอดีตผู้รักษาประตูของสโมสร เวสต์แฮม ที่เพิ่งหมดสัญญากับทีมเมื่อฤดูกาลก่อน และก็ถือว่าเป็นนักเตะรายแรกที่ทีมคว้าตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในช่วงของการซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ในการเซ็นสัญญา อาเดรียน ผู้รักษาประตูวัย 32 ปีมาเพื่อทดแทนผู้รักษาประตูมือสองคนเก่าอย่าง ซิมง มินโญเลต์ ที่เพิ่งย้ายออกไป โดยรายของ อาเดรียน เป็นการย้ายเข้ามาแบบไม่มีค่าตัว และสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 นี้ “ลิเวอร์พูล” ถูกวางไว้เป็นเต็งสองรองจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บ่อนพนันในอังกฤษตั้งราคาไว้ที่ 11/4

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com

ผีแดงยังคงเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด หลังเฉือนไก่เดือยทองไปได้ 2-1

ผีแดงยังคงเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด หลังเฉือนไก่เดือยทองไปได้ 2-1

กลับมาแล้วสำหรับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หลังทีมสามารถเฉือนเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมฟุตบอลอังกฤษดีกรีอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์และรองแชมป์ยุโรป ซึ่งผลงานในนัดนี้เกิดขึ้น ณ สนาม หงโก่ว เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และถือเป็นชัยชนะครั้งที่ 4 รวดในปรีซีซั่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม พร้อมกับการแจ้งเกิดเด็กปั้นในสังกัดไปอีก 1 ราย

เริ่มเกมเป็นทางฝ่ายของทัพปีศาจแดง ที่สามารถครองบอลได้เหนือกว่า ไก่เดือยทอง

แต่ก็มีจังหวะให้ลุ้นเสียวบ้างเหมือนกันเล็กน้อย จนจังหวะได้เฮของแฟน ๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่ในนาทีที่ 22 อันเดรียส เปเรยร่า กองกลางแมนฯ ยูไนเต็ด สามารถวิ่งลากเลื้อยทะลุปราการหลัง ของ สเปอร์ ได้สำเร็จและเปิดบอลไหลไปหา มาร์กซิยาล วิ่งเข้าซัดลูกเต็มแข้ง พุ่งเข้าประตูขึ้นนำ 1-0 ได้อย่างสวยงาม จากนั้นก็มีจังหวะลุ้นของทั้งสองฝั่ง หลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถทำประตูตีเสมอ หรือขึ้นนำต่อได้สำเร็จ จนหมดเวลาครึ่งแรกไปในที่สุด

ถัดมาครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเปลี่ยนนักเตะยกเครื่องใหม่ยกชุด โดยเป็นทางฝั่งของ สเปอร์ ที่สามารถเดินเกมบุกได้หนักหน่วงกว่าช่วงแรกอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งในนาทีที่  65 การบุกอย่างต่อเนื่องก็เป็นผลสำเร็จเมื่อ  มูร่า ได้จังหวะโหม่งลูกแต่ดันไปแฉลบ ชอว์ ทำให้บอลเกิดเปลี่ยนทิศทาง จน โรเมโร่ ผู้รักษาประตูเปลี่ยนจังหวะไม่ทัน บอลเข้าประตูตีเสมอ 1-1

หลังจากนั้นเกมยังคงยิงยาวไปอย่างดุเดือด จนมาถึงนาทีที่ 80 เมื่อกองกลางดาวรุ่งวัย 18 ปีได้โอกาสโชว์ฟอร์มทำชิ่งบอลวัน-ทู ร่วมกับ มาต้า หลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนจะรีบใช้โอกาสยิงประตูเสียบเข้าเสาสองผ่านมือ กัซซานิก้า นายด่านไก่เดือยทองที่ยืนบังมุมไม่มิด ส่งผลให้ทางทัพผีแดง สามารถทำประตูขึ้นนำไปได้สำเร็จ  2-1

โดยในช่วงก่อนหมดเวลาการแข่งขันนั้น แรชฟอร์ด เด็กปั้นสุดรักก็ได้โอกาสโชว์ฟอร์ม หลุดเข้าทำประตูเพิ่มเน้น ๆ ไปอีก 1 ลูก ด้วยเช่นกัน แต่ทว่ากรรมบัง เมื่อผู้ตัดสินดันยกธงล้ำหน้า จึงทำให้สกอร์จบเกมยังคงค้างอยู่ที่  2-1 แต่ก็ยังถือว่าทีมยังคงเก็บ 3 แต้มใน ไอซีซี ไปได้ด้วยดี โดยต้องติดตามกันต่อไปว่าทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จะยังคงสามารถโชว์ฟอร์มดีเข้าไปโลดแล่นสร้างชื่อเสียงให้กับทีมอีกครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลต่อไปได้หรือไม่  และถือว่าเป็นเรื่องที่แฟนบอลชาวจีนถือว่าโชคดีสุด ๆ ที่จะได้ชมการเล่นที่ทุ่มเท เพราะสำหรับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแข่งในรายการใดระดับใด นาทีนี้ล้วนจัดเต็มแน่นอน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ dorsett-hoteldeals.com

ชาวหงส์แดงหัวร้อนรุม จวก ญาญง ทำร้ายทรัพยากรสำคัญ

 

เกมอุ่นเครื่องที่ บอสตัน สหรัฐอเมริกา ได้เกิดเหตุการณ์งานเข้าสำหรับทัพหงส์แดงซะแล้ว เมื่อนักเตะดาวรุ่ง  ยาสเซอร์ ลารูซี่ พลาดโดนแข้ง เซบีย่า หวดเต็มแรง จนเจ้าตัวเสียหลัก ตัวลอยล้มลงไปนอนกับพื้น ขณะที่นักเตะ เซบีย่า โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปในทันที  ก่อนจะคว้าชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลไปได้  2-1 แต่อย่างไรก็ตามจากประเด็นการเข้าบอลที่รุนแรงนี้ ก็ยังกลายเป็นประเด็นที่รุนแรงตลอดค่ำคืนนั้น และทำให้สื่อวงการฟุตบอลต่างประเทศ ตีข่าวกันอย่างสะพัดในวันต่อมา

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่มีนักเตะ เซบีย่า นอนอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่ได้มีการเป่าเกิดขึ้นทำให้ ลารูซี่ แบ็กซ้ายดาวรุ่งวัย 18 ปี ของลิเวอร์พูล วิ่งตัดเกมมาได้ในนาทีที่  76 ซึ่งในขณะที่เจ้าตัวเร่งฝีเท้าขึ้นเข้าสู่กรอบเขตโทษ ต้องเข้าปะทะกับ โยริส ญาญง เซ็นเตอร์แบ็กแห่ง เซบีย่า ที่วิ่งเข้ามาเตะอัดเข้าใส่ขา ลารูซี่ แบบเต็มแรงส่งผลให้ ลงไปนอนเจ็บกับพื้น

โดยหลังจบเกมนักเตะรุ่นใหญ่อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน  อีกทั้งยังมี จอร์แดน  เฮนเดอร์สัน และ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ได้เดินตรงเข้าไปหานักเตะต้นเหตุวัย  22 ปีทันทีซึ่งกำลังนั่งอยู่หลังป้ายโฆษณา โดยได้มีการถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีเรื่องกระทบกระทั่งกันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ฟาน ไดจ์ค ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อว่า

“ผมที่อยู่ข้างสนามจึงเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน ซึ่งมันดูไม่งามเอาเสียเลยอีกทั้งมันยังเกิดขึ้นกับเด็กของเรา ซึ่งที่ผ่านมาเขาเล่นดีมากในฤดูกาลนี้  ผมจึงคิดว่าต้องคุยบางอย่างกับ ญาญง เท่านั้น”

เจมส์ มิลเนอร์ หนึ่งในนักเตะกองกลางของ ลิเวอร์พูล ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นหลังจากรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำอันรุนแรงของผู้เล่นรายนี้ว่า

“เกมอุ่นเครื่องเป็นเกมที่ไม่ค่อยจะมีใบแดงเกิดขึ้น เพราะมันไม่จำเป็นต้องเล่นกันแรงถึงขนาดนี้ แน่นอนพวกเขาบอกว่าเราฟาล์ว และต้องการให้ผู้ตัดสินเป่าเพื่อหยุดเกม ถ้าคุณอยากตัดฟาล์วก็แค่ดึงเสื้อ ไม่ใช่ถึงขนาดเตะอัดหัวเข่าเด็กเราแบบนี้ เพราะมันช่างเป็นเรื่องที่น่าทุเรศ”

ส่วนญาญง ก็ได้แสดงข้อความขอโทษผ่านสื่อโซเชียลแล้วถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  โดยได้กล่าวขอโทษไปทั้ง ลิเวอร์พูล, ครอบครัวผู้เล่น และแฟนบอล พร้อมทั่งยังกล่าวโทษว่าการกระทำของตนนั้นเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจจริง  ขณะที่ทางอาการของ ลารูซี่ ยังคงได้รับความเป็นห่วงอยู่นั้น ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือประจำทีมก็ได้ออกมาเผยว่า โชคดีที่อาการไม่รุนแรงมาก แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาการของเขาจะต้องใช้เวลารักษาตัวนานถึงเท่าไหร่ ซึ่งต้องลุ้นกันต่อไป